Dektalent ช่วยให้การเรียนคณิตศาสตร์ เป็นเรื่องง่าย
อยากเก่งคณิต อยากทำโจทย์แบบนี้ได้ มาสมัครเรียนคอร์สคณิตออนไลน์กับครูพี่โต๋กันค่ะ เรียนด้วยคลิป VDO พร้อมแบบฝึกหัด ไม่เหนื่อย ไม่ร้อน ไม่ต้องเดินทาง เรียนได้ 24 ชม. ไม่ต้องนัดเวลา ทบทวนได้ ถามได้ครูพี่โต๋ตอบเอง สนใจสมัครได้เรียนได้ทุกวัน
หรือคุณสามารถ สมัครสมาชิกได้ฟรี สมัครวันนี้ รับสิทธิ์เข้าเรียนคอร์สออนไลน์ฟรี!
พ.ต.อ.วีระวิทย์ วัจจนะพุกกะ ผกก.3 (ศูนย์ข้อมูลใบสั่ง) กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) เปิดเผยว่า กองบังคับการตำรวจจราจรได้เพิ่มข้อหาหลักที่ไม่มีการเตือนและต้องจับกุมเท่านั้นอีก 1 ข้อหาจากเดิม 12 ข้อหารวมเป็น 13 ข้อหา คือแท็กซี่ที่ปฏิเสธรับผู้โดยสาร หากผู้โดยสารเดือดร้อนสามารถโทรศัพท์แจ้งตำรวจได้โดยตรง ไม่ต้องไปร้องเรียนที่ขนส่งทางบกแล้ว โดยจดจำเลขทะเบียนรถเพื่อแจ้งตำรวจ จะได้ตรวจสอบและจับกุมตามความผิดทันที ทั้งนี้ ข้อหาดังกล่าวถือว่าสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั่วไปที่จำเป็นต้องอาศัยรถแท็กซี่เพื่อโดยสาร ทำให้ไม่สามารถจะออกใบเตือนให้ได้
ส่วนการเตรียมพร้อมออกใบเตือน (บันทึกว่ากล่าวตักเตือนผู้ขับขี่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร) ให้กับผู้ขับขี่บนท้องถนนว่า เบื้องต้นใบเตือนจะเริ่มใช้ทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานครในวันที่ 1 ก.ย.นี้ โดยเป็นการเตือนนอกเหนือ 13 ข้อหาหลักตามนโยบายของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เช่น ขับขี่โดยไม่คาดเข็มขัดนิรภัย หรือขับขี่โดยไม่พกใบอนุญาตขับขี่ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เมื่อตำรวจออกใบเตือนให้ผู้ขับขี่ที่ทำผิดกฎไปแล้ว หากมีความผิดซ้ำจะมีการบันทึกข้อมูล และให้ตำรวจปรับในอัตราสูงสุด
ทั้งนี้ รูปแบบการทำงานของใบเตือนนั้น จะมีอยู่ 3 ส่วน ส่วนสีเหลืองจะให้กับผู้ขับขี่ที่ทำผิด ส่วนสีชมพูใช้สำหรับบันทึกข้อมูลการเตือน และส่วนสีขาวจะเป็นสำเนาติดอยู่ที่ต้นขั้วของเล่มใบเตือน เพื่อเป็นหลักฐานของเจ้าหน้าทีตำรวจ
“เมื่อมีการเตือนผู้ขับขี่แล้ว ตำรวจจะบันทึกข้อมูลในส่วนของต้นขั้วส่งมายังบก.จร. เพื่อรวบรวมข้อมูลความผิดที่เตือนไป จากนั้นบก.จร.จะส่งต่อข้อมูลดังกล่าวไปยังกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 และทุกสน. เพื่อให้ทุกท้องที่รับทราบว่าผู้ขับขี่รายใดบ้างที่ได้ออกใบเตือนไปแล้ว และหากพบว่ามีการเตือนอีก ก็จะเรียกเจ้าของรถตามทะเบียนนั้นมาปรับในอัตราโทษสูงสุด ต่อไปจะไม่มีการปรับ 200-500 บาทแล้ว”พ.ต.อ.วีระวิทย์ กล่าว
ขอบคุณ: นสพ. โพสต์ทูเดย์